Skip to main content
บริษัท เน็ตอีซี่ จำกัด

SharePoint List Relationship

Go Search
Home
Demo Blog Template
Decision Meeting เทมเพลต
Free Web Directory Submit
SharePoint List Relationship
ThaiWooRee
Absence and Vacation Schedule
Contact Management Demo
Classroom Management Demo
HelpDesk
Job
Asset
Event
TimeCard
Employee Activities
Emp Training
Employee Self-Service
  

SharePoint > SharePoint List Relationship
ทดสอบแอพพลิเคชั่นจากเน็ตอีซี่

 Content Editor Web Part

ทดสอบการดึงข้อมูลจากแหล่งข้อมูลอื่น (จาก Server อื่น) เข้ามา integrated กับใน Sharepoint
และยังสามารถรองรับการ เพิ่ม ลบ แก้ไข ตามสิทธิที่ได้รับของแต่ละ user ด้วย

 CustomersExt

 
Sort by:
|
Group by:

CustomerIDFirstNameLastNameGenderCompanyName
edit
12,298Staff0StaffNoNetEasy
edit
12,297ธารธเนศร์มีมณีกกNoPTP
edit
12,296อดุลเดชร่วมพัฒนาYesโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย
edit
12,295อุทัยฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟนองแขมYesซีเล็คมอร์99999
edit
12,294ส.ต. ธนเดชสกลNoไดมอนด์
edit
12,291สมบัติ`นามสกุลNo
edit
12,290ธนิกานต์`นามสกุลYes
edit
12,094เบญจมาศสวยมากYes
edit
12,091สมบูรณ์`นามสกุลNo
edit
12,090chai555No
  Count : 10    
insert
Count : 11
1 - 10 Next
 
Sort by:
|
Group by:

140

Subject: รีวิวบ้านลัดดาวัลย์ รัตนาธิเบศร์
Body:

รีวิวบ้านลัดดาวัลย์ รัตนาธิเบศร์


การหาผู้ชายดีๆ สักคนมาเป็นคู่ชีวิต ถือว่าเป็นเรื่องที่ยากแล้วสำหรับผู้หญิง แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่ามีเรื่องที่ยากกว่านั้นอีก นั่นก็คือการหาบ้านดีๆ สักหลังเพื่อใช้ชีวิตอยู่กับคู่ชีวิตที่เพิ่งหามาได้ (ด้วยความพยายามอย่างหนัก)
    หลังจากที่คิดว่าคงไม่มีอะไรจะยากเย็นไปกว่าการหาผู้ชายดีๆ มาเป็นสามีที่ดีและพ่อที่ดีของลูก (ที่จะเกิดในอนาคตแล้ว) ตอนนี้ ในขณะที่ฉันตระเวณไปดูโครงการบ้านจัดสรรโครงการแล้วโครงการเล่า ก็ทำให้ฉันได้ตระหนักความจริงอีกข้อหนึ่งว่า บ้านที่ดี หายากพอๆ กับผู้ชายที่ดีเลยล่ะ บ้านบางหลังข้างนอกสวยถูกใจแต่พอเปิดดูข้างในแล้วก็ต้องโบกมือลา บางหลังข้างนอกหรูหราแต่ไม่มีพื้นที่พอจะเดินสูดอากาศยามเช้า หรือปัญหาใหญ่ของคนในเมืองตอนนี้คือบ้านส่วนมากมักจะอยู่ไกล ในขณะที่ทำงานอยู่ในตัวเมือง
    ตอนเจอผู้ชายคนนี้ฉันก็ถอนใจไปทีหนึ่งแล้วว่า ‘ไม่มีอะไรเฟอร์เฟคต์’ หรือว่าตอนนี้ฉันต้องถอนใจอีกครั้งว่า ‘ไม่มีโครงบ้านที่ไหนเฟอร์เฟคต์’
    หลังจากตะลอนๆ ตากแดดตากลมมาหลายสิบโครงการจนเกือบจะล้มเลิกซื้อคอนโดในกลางเมืองให้มันรู้แล้วรู้รอดไปซะ ฉันก็ควงผู้ชายที่กำลังจะควงแขนเข้าพิธีวิวาห์มาดูบ้านที่โครงการลัดดาวัลย์ รัตนาธิเบศร์ เพราะได้ยินข่าวมาว่าด้านหน้าโครงการกำลังมีการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำม่วง บางซื่อ-บางบัวทอง ที่กำลังจะเสร็จสิ้นในไม่ช้า อีกทั้งยังเป็นโครงการบ้านที่สร้างเสร็จเรียบร้อยพร้อมอยู่ ซึ่งตรงสเป็กอย่างน้อยก็ 2 อย่างแล้ว ในใจก็คิดไว้แล้วว่าถ้ายังไม่ถูกสเป็กทั้งหมด อาจต้องม้วนสื่อเข้าอยู่ที่คอนโดแทน
     แรกถึงด้านหน้าโครงการ ก็พบกับประตูเหล็กขนาดใหญ่แบบ Double Gate เป็นระบบความปลอดภัยของโครงการที่มีประตู้เข้า-ออก ซ้อนไว้ถึงสองชั้น รวมถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ประจำอยู่ตลอด 24 ชม. เรียกได้ว่าอุ่นใจในความปลอดภัยได้แน่ๆ ถ้าอาศัยอยู่ที่นี่ ด้านหน้าโครงการเป็น Club House ไว้สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ มีทั้งห้องนั่งเล่น สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ฯลฯ แม้จะดูเล็กไปนิด แต่เมื่อเทียบกับขนาดโครงการที่มีบ้านเพียง 46 หลัง ก็ถือว่าเหมาะเจาะพอดี    
    พ้นจากรั้วชั้นสองของโครงการ เหมือนกลับเราเดินเข้าสู่อีกโลกหนึ่งที่ตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอก สู่ความสงบร่มรื่นของแมกไม้นานาพันธุ์ ที่ปลูกไว้เต็มพื้นที่ สนามหญ้าสีเขียวขนาดใหญ่ที่พอเห็นก็จินตนาการได้ถึงยามเย็นแดดร่มลมตกกับกิจกรรมของครอบครัว แซมด้วยแปลงดอกไม้ และรั้วต้นไม้ที่ปลูกและตัดแต่งไว้อย่างดี ที่สำคัญที่สังเกตได้แต่แรกเห็นก็คือที่โครงการนี้ไม่มีเสาไฟหรือสายไฟระโยงระยางเกะกะสายตา เพราะเขาได้วางระบบสายไฟใต้ดินไว้ทั้งหมด เจ้าหน้าที่ยังเสริมให้ฟังอีกว่า ถ้ามาตอนกลางคืนถนนในโครงการจะสวยกว่านี้ เพราะเสาไฟที่เรียกว่า ‘ไฟแสงจันทร์’ จะส่องสว่างให้แสงเหลืองนวลตลอดเส้นทางทั้งหมู่บ้าน
          ภายในโครงการมีบ้านเดี่ยวสองแบบให้เลือก คือ Prime ที่เป็นบ้านหลังใหญ่เนื้อที่กว้างขวาง และ Plenary บ้านหลังขนาดย่อมลงมาหน่อย เหมาะกับครอบครัวเดี่ยวสมัยนี้ ที่มีเพียงพ่อแม่ลูก ฉันตัดสินใจเดินดูบ้านแบบ Plenary ก่อน เพราะตรงสเป็กคู่รักที่กำลังจะสร้างครอบครัวอย่างเราสองคน พอเดินเข้าไปดูบ้านตัวอย่าง ฉันก็รีบแจ้งเจ้าหน้าที่อีกครั้งว่าต้องการดูบ้านแบบ Plenary เพราะดูเหมือนเขาจะพามาดูแบบ Prime เมื่อพิจารณาจากความใหญ่โตโออ่าของบ้านแล้ว แต่แล้วเจ้าหน้าที่ที่เป็นคนพาไปชมบ้านก็บอกกลับมาว่า นี่แหละบ้านแบบ Plenary ของโครงการนี้ !!!

    แบบบ้าน Plenary ของโครงการลัดดาวัลย์ รัตนาธิเบศร์ มีพื้นที่กว้างขวางถึง 398 ตร.ม.  ฉันตื่นตะลึงตั้งแต่เห็นพื้นที่สนามหญ้าหน้าบ้านที่กว้างขวางจนทำให้คิดว่าเป็นบ้านแบบ Prime เสียอีก ด้วยเพราะโครงการนี้มีพื้นที่กว่า 41ไร่ แต่มีบ้านเพียงแค่ 46 หลัง บ้านแต่ละหลังจึงมีพื้นที่กว้างขวางและไม่ดูแออัดติดกันจนเป็นตังเมเหมือนโครงการบ้านจัดสรรทั่วๆ ไป  นอกจากจะใหญ่โตกว้างขวางกว่าบ้านจัดสรรทั่วๆ ไปแล้ว แบบบ้านของที่นี่ยังดูโมเดิร์นเก๋ไก๋กว่าหลายที่ที่เคยไปดูมา ด้วยแบบบ้านสไตล์ Modern Luxury ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากแบบบ้านสไตล์โมเดิร์นอิตาเลี่ยน เน้นรูปทรงที่ทำให้เกิดมิติ ไม่ใช่ทรงสี่เหลื่อมทื่อมะลื่อ เหมือนรูปทรงบ้านทั่วๆ ไป พอเข้าไปดูใกล้จะเห็นว่าผนังและเสาบ้านที่เห็นเป็นสีเทาๆ แต่ไกล ที่แท้คือหินโมดูลาร์สโตน (Modular Stone) ที่มีลวดลายขัดเงาสวยงาม ดูกลายๆ เหมือนปูนเปลือยแต่สวยและเก๋กว่าเยอะเลย


    พอเปิดประตูเข้าสู่ภายในบ้าน ก็ต้องร้องว้าววว...ทันที แม้จะเป็นแบบบ้าน Plenary ที่เหมาะสำหรับครอบครัวเดี่ยว แต่บ้านดูโออ่าโอ่งโถ่งกว่าบ้านสองชั้นแบบปรกติ ดูดีๆ จะเห็นได้ว่าเป็นเพราะมีการออกแบบแบบเพดานสูงที่ห้องโถงเป็นแบบ Double Volume บ้านจึงดูสูงโปร่งโออ่ากว่าปรกติ และสิ่งแรกที่สะดุดตาเลยก็คือบันไดโครงเหล็กไวด์แฟรงค์ ที่ดูเก๋ไก๋แปลกตา เหมือนเดินอยู่ในพิพิธภัณฑ์ต่างประเทศแถบยุโรปสุดหรู เสริมแบบบ้านที่ดูเรียบเก๋ให้โดดเด่นขึ้นมาได้ทันที นอกจากการตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์นำเข้าในโทนสีขาว ดำ เทา อันเป็นสีซิกเนเจอร์ของงานสไตล์โมเดิร์นที่เข้ากันได้ดีกับผนังสีเทา พื้นกระเบื้องสีขาว และพื้นไม้สีน้ำตาลเข้มของบ้านแล้ว ความรู้สึกแรกที่มีโอกาสได้เดินเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้คือความโปร่งโล่งสบาย ด้วยเพราะการใช้กระจกกว้างบานใสรอบบ้าน ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งทำให้แสงสามารถส่องสว่างเข้าสู่ตัวบ้านได้อย่างทั่วถึง จึงทำให้บ้านดูสว่างโปร่งโล่งสบายอารมณ์ แต่แม้แดดจะส่องเข้าบ้านได้อย่างทั่วถึงก็ไม่รู้สึกร้อนเลยสักนิด สอบถามได้ความว่ากระจกใสที่เห็นเป็นเหลือบฟ้าที่เรียกว่า Blue Glass นั่นเป็นกระจกพิเศษที่กันแสงยูวีและความร้อนที่จะเข้าสู่ตัวบ้านได้อีกด้วย




     สิ่งพิเศษอีกหนึ่งอย่างที่สัมผัสได้หลังจากเดินซอกแซกอยู่ที่ชั้นล่างของบ้าน คือการจัดสรร ‘พื้นที่’ ที่สุดแสนจะลงตัว นอกจาจะเป็นสัดส่วนแล้วแต่ยังดูเหมือนว่าทุกสัดส่วนเชื่อมถึงกันอย่างทมี่เรียกว่า Companion Space โดยเฉพาะการใช้กระจกกว้างบานใสที่ประตูหลังบ้าน เชื่อมต่อจากครัวและห้องพักผ่อนด้านในของตัวบ้านสู่ด้านนอกของบ้านในส่วนของสวนหลังบ้าน เพียงแค่เปิดประตูกระจกออก ก็เหมือนทุกพื้นที่เชื่อมถึงกัน ความตื่นเต้นของฉันมาถึงขีดสุดก็ตรงพื้นที่นี้แหละ จะมีพื้นที่ไหนที่ผู้หญิงอย่างเรารักมากไปกว่าห้องครัวกันล่ะ ครัวในบ้านหลังนี้มีทั้งสองแบบ ทั้งแบบแพนทรี (Pantry) หรือครัวฝรั่ง ที่มีไอร์แลนด์เพิ่มความสะดวกสะบาย มาพร้อมอุปกรณ์ครบครันทั้งตู้เก็บของบิลท์อินที่ทำจากเหล็กพ่น Hi Gloss ดูหรูหรา รวมถึงลิ้นชักระบบไฟฟ้าที่ใช้ส่วนไหนของร่างกายกระแทกเบาๆ ก็เปิดออกอย่างง่ายดาย ไมโครเวฟ เตาอบ เครื่องชงกาแฟ และจอทีวี ทุกอย่างเซ็ตไว้อย่างเรียบร้อยพร้อมให้ใช้งาน แค่ออกไปซูเปอร์มาเก็ตซื้อของมาทำกับข้าวได้เลย



และเมื่อเจ้าหน้าที่เปิดประตูกระจกด้านหลังสู่สนามหลังบ้านที่ดูแล้วกว้างกว่าสนามหน้าบ้านของโครงการบ้านจัดสรรที่อื่นๆ เสียอีก จินตนาการของฉันก็วิ่งฉิวไปยังเย็นวันหยุดสุดสัปดาห์ที่แสนสบายกับปาร์ตี้บาร์บีคิวเล็กๆ กับบรรดาเพื่อนฝูงที่นั่งชิลล์รอชิมอาหารอร่อยบนโซฟาหนานุ่มที่สนามหลังบ้าน อันแวดล้อมไปด้วยผนังไม้ประดับที่จัดไว้อย่างสวยงามเหมือนอย่างที่เคยเห็นตามโรงแรมหรู และพื้นหญ้าสีเขียว เพลงบอสซาโนว่าเปิดคลอเบาๆ เหล่าอาหารและดริงค์ที่ทะยอยนำออกมาจากจากห้องครัวฝรั่งที่พอเปิดประตูกระจกแล้วก็เหมือนเชื่อมติดกันอย่างลงตัวเพื่อการนี้โดยเฉพาะ เพียงแต่ไม่รู้ว่าเจ้าของบ้านอีกคนที่มาดูบ้านพร้อมกันเขาจะเห็นภาพนี้เหมือนกันหรือเปล่า



นอกจากครัวฝรั่งแล้ว ยังมีครัวไทยให้ได้หุงต้ม ผัดทอดได้อย่างสะดวกสบายในห้องถัดไป ที่ครบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์อย่างครัวไทยเช่นเดียวกัน อีกทั้งยังปลอดภัยด้วยระบบ Heat Protector เพราะหากมีอะไรไหม้อุณภูมิสูงกว่า 57 องศาเมื่อไหร่ ระบบจะทำงานโดยส่งสัญญาณไปยังเจ้าที่หน้าที่รักษาความปลอดภัยทันที นอกจากนี้บ้านทั้งหลังยังมีระบบป้องกันที่ดีเยี่ยมด้วยระบบ Magnetic Censor ซึ่งหากมีการงัดแงะประตูหน้าต่างแม้แต่เล็กน้อย ระบบการรักษาความปลอดภัย จะทำงานทันที่ เรียกได้การรักษาความปลอดภัยของที่นี่ทั้งนอกบ้านและในตัวบ้านนั้น...ยอดเยี่ยมที่สุด! และสิ่งที่ประทับใจฉันที่สุดคือ โครงการบ้านจัดสรรอื่นๆ มักลืมห้อง Room Maid (ไม่ใช่ Room Mate) หลายคนซื้อบ้านแล้วต้องเสียเงินต่อเติมห้องให้แม่บ้านอีก แต่ที่นี่มีห้องสำหรับแม่บ้านอย่างสวยงามไม่แพ้ตัวบ้าน แถมส่วนซักล้างที่อยู่ต่อกันก็กว้างขวางไม่แพ้สนามหน้าบ้านเลยทีเดียว



หลังจากซอกแซกชั้นล่างจนหนำใจแล้ว ก็ได้เวลาขึ้นไปสำรวจชั้นบน ที่นี่มี 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ ชั้นล่าง 1 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ (ห้องน้ำสำหรับแขก 1 ห้อง) และชั้นบนอีก 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ทุกห้องมีห้องน้ำในตัว สะดวกสบายยิ่งนัก ชั้นบนให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเองกว่าชั้นล่าง ด้วยการตกแต่งที่ดูน่ารักกุ๊กกิ๊กกว่าชั้นล่าง และพื้นไม้ปาเก้ไม้มะค่าสีน้ำตาลเข้ม ที่ต้องสั่งทำเป็นพิเศษ นอกจากจะมีส่วนพักผ่อนของครับครัวเหมือนชั้นล่างแล้วยังมีห้องพระตระเตรียมไว้ให้อีกด้วย แต่อะไรก็ไม่ทำให้หัวใจเต้นแรงได้เท่ากับการได้เข้าไปเดินสำรวจห้องนอนใหญ่ของบ้าน ที่กว้างขวางและหรูหรายิ่งกว่าโรงแรม 6 ดาวเสียอีก และคงไม่มีส่วนไหนที่จะทำให้ผู้หญิงตาเบิกโพรงพร้อมจะเปล่งเสียงกรี๊ดได้เท่ากับ Walk In Closet ขนาดใหญ่ ที่เรียกได้ว่าแคร์รี่ แบรดชอว์ เห็นก็คงต้องกรี๊ดเหมือนกัน เพราะมีการจัดพื้นที่ไว้อย่างเป็นระบบระเบียบ ทั้งราวเสื้อผ้า ชั้นวางกระเป๋า หมวก รองเท้า หลุมกระจกไว้ใว้เครื่องประดับแอ็กเซสซอรี่ทั้งหลาย บอกได้เลยว่านี่คือความใฝ่ฝันของผู้หญิงทุกคนที่อยากจะมี Walk In Closet เอาไว้แต่งสวยและเก็บบรรดาข้าวของประดามี จะได้ไม่รบกวนพื้นที่ห้องนอนจนสามีต้องค่อนขอดว่าซื้ออะไรมาให้รกห้องนักหนา ห้องนี้คือสวรรค์แท้ๆ เชียว

แต่สวรรค์ของจริงอยู่ที่ห้องถัดไปมากกว่า จะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจากห้องน้ำ ที่เห็นแล้วต้องร้องว้าววว...อีกครั้ง เพราะห้องน้ำที่นี่นอกจากจะใหญ่โตจนสามารถนั่งเล่นนอนเล่นได้อย่างสบายแล้ว ยังหรูหรายิ่งกว่าในโรงแรม 6 ดาวอีกด้วย เพราะมีทั้งอ่างจากุซชี่กระแสน้ำอุ่นนวดตัว หรือส่วนของ Shower ที่โปร่งโล่ง แถมประดับตกแต่งด้วยบรรดาพันธุ์ไม้แลดูร่มรื่นเหมือนอยู่ในรีสอร์ทสไตล์ทรอปิคอล แต่อุปกรณ์ทุกอย่างล้วนทันสมัยจากแบรนด์ดังระดับโลก

ฉันเดินออกจากบ้านตัวอย่างแบบ Plenary มาหยุดที่กลางสนามหน้าบ้าน มองหน้าชายหนุ่มที่กำลังจะเป็นคู่ชีวิตในไม่ช้า ที่ตลอดเวลาการเดินดูบ้านเขาไม่ปริปากพูดอะไรสักคำ เราทั้งสองคนมองย้อนดูบ้านหลังนี้อีกครั้ง ฉันเห็นรอยยิ้มเบาๆ ปรากฏบนหน้าของเขา เท่านี้ฉันก็รู้แล้วว่า ความพยายามของฉัน (และเขา) ได้สิ้นสุดลงแล้ว 


PostDate: 1/31/2012 5:44 PM
CategoryID: 1

139

Subject: G+Idea : Keret House ที่อยู่อาศัยในซอกตึก
Body: G+Idea : Keret House ซึ่งเป็นโปรเจ็คของ Centrala โดยอีกไม่นานจะทำการสร้างที่อยู่อาศัยพื้นที่แคบๆแห่งนี้ในประเทศโปแลนด์ มีการตกแต่งภายในอย่างเรียบง่าย บันไดสามารถพับเก็บได้อีกต่างหาก เหมาะสำหรับอยู่คนเดียวจริงๆ เลย แต่ถ้าให้ผมอยู่จริงๆ คงอึดอัดมากๆเลยครับ  +




PostDate: 11/22/2011 9:10 AM
CategoryID: 1

138

Subject: "คู่มือน้ำลด" 16 ข้อปฏิบัติ สำรวจบ้านหลังน้ำท่วม
Body: "คู่มือน้ำลด" 16 ข้อปฏิบัติ สำรวจบ้านหลังน้ำท่วม



เมื่อน้ำลดแล้ว ต้องดูแลบ้านอย่างไร? คำถามที่หลายท่าน กำลังต้องการคำตอบ พฤกษา เรียลเอสเตทจึงได้เรียบเรียง “16ข้อปฏิบัติความปลอดภัยในการสำรวจบ้านหลังน้ำท่วม” โดย รองศาสตราจารย์ ดร. อมร พิมานมาศ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประธานคณะอนุกรรมการสาขาวิศวกรรมโครงสร้างและสะพาน วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย เพื่อให้ทุกท่านเตรียมความพร้อมก่อนเข้าบ้านและ พฤกษายังได้จัดทำ “คู่มือน้ำลด” ซึ่งจะบอกถึงการดูแลบ้านหลังน้ำท่วมในรูปแบบ Infographic เป็นตอนๆให้เข้าใจกันได้ง่ายๆค่ะ

16ข้อปฏิบัติความปลอดภัยในการสำรวจบ้านหลังน้ำท่วม

รอให้น้ำลดลงเสียก่อนจึงเข้าไปตรวจสอบภายในบ้าน
เตรียมดินสอ ปากกา กระดาษ กล้องถ่ายรูป อุปกรณ์ช่างต่างๆ เช่น ไขควง ตลับเมตร ท่อนไม้แห้ง ท่อนพีวีซี เพื่อจดหรือบันทึกความเสียหายต่างๆ
เข้าสำรวจบ้านในเวลากลางวันที่มีแสงสว่างเพียงพอเท่านั้น
สวมรองเท้าบู๊ต หรือรองเท้าเซฟตี้ และสวมหมวกเซฟตี้ เพื่อป้องกันเศษแก้ว ตะปู และของมีคมต่างๆที่น้ำพัดพาเข้ามา
ก่อนเดินเข้าบ้านให้เดินสำรวจรอบๆบ้านเสียก่อน และเคลื่อนย้ายเศษสิ่งของต่างๆที่เกะกะให้พ้นทาง
นำไฟฉายติดตัวไปด้วย
สังเกตว่ามีกลิ่นแก๊สรั่วออกมาจากบ้านหรือไม่ และห้ามทำให้เกิดเปลวไฟ หรือ สูบบุหรี่เด็ดขาด
สังเกตสายไฟที่อาจจะห้อยร่วงลงมาในน้ำ และหลีกเลี่ยงการยืนในบริเวณที่มีน้ำขังอยู่
เมื่อเข้ามาในบ้าน ห้ามยกสะพานไฟขึ้น หรือเปิดแก๊สเด็ดขาด เนื่องจากไม่แน่ใจว่ามีสายไฟที่ห้อยย้อยลงมาแช่อยู่ในน้ำหรือไม่ ให้ใช้ไฟฉายเท่านั้น
หากสังเกตเห็นสะพานไฟหรือเซอร์กิตเบรคเกอร์เปิดอยู่ต้องปิดโดยเร็ว หากไม่แน่ใจอย่าเสี่ยงทำเอง ควรเรียกช่างไฟฟ้ามาดำเนินการ
ระวังกรณีที่น้ำท่วมสูงถึงฝ้าเพดาน ฝ้าเพดานที่อุ้มน้ำจะมีน้ำหนักมากและมีโอกาสร่วงลงมาทับเราได้ ในกรณีเช่นนั้นให้ใช้ไม้แหลมๆเจาะฝ้าเป็นระยะๆ เพื่อให้น้ำไหลออกมาจะได้ลดน้ำหนักของฝ้าเพดาน
ระวังพื้นลื่น เวลาเดินอาจลื่นหกล้มได้ เนื่องจากพื้นอาจมีคราบโคลนที่ติดอยู่และยังไม่แห้งดี
เมื่อเข้าไปในบ้านแล้วให้เปิดประตูและหน้าต่างออกให้หมดเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้อย่างสะดวก เป็นการช่วยกำจัดความชื้นภายในบ้าน และขจัดแก๊สต่างๆที่ไม่พึงปรารถนาออกไป
ระวังสัตว์เลื้อยคลานต่างๆ เช่น งู ตะขาบ หรือแม้กระทั่ง จระเข้ ซึ่งอาจหนีน้ำเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านด้วย
หลีกเลี่ยงอย่าเข้าใกล้โครงสร้างที่แตกร้าวเสียหาย เพราะอาคารเหล่านั้นอาจถล่มลงมาได้ทุกเมื่อ
หากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อตรวจสอบในการเข้าตรวจสอบอาคาร ควรติดต่อโครงการวิศวกรอาสาของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ดูรายละเอียดที่ www.eit.or.th

ขอบคุณ พฤกษา สำหรับความรู้ดีๆมีประโยชน์ครับ
PostDate: 11/18/2011 11:46 AM
CategoryID: 1

136

Subject: การซ่อมแซมบ้าน (หลังน้ำท่วม)
Body:

รอบบ้านมีน้ำท่วมจะทำอย่างไร

          ในกรณีที่บริเวณรอบบ้านต่ำกว่าถนนสาธารณะ ซึ่งเพิ่มความสูงมาทีหลัง ทำให้บ้านต่ำ มาก มีวิธีแก้ปัญหาดังนี้
การแก้ปัญหาก็คือ ทางเข้าหน้าบ้านทำความลาดเป็นลักษณะหลังเต่า เพื่อป้องกันน้ำจากถนนไม่ให้เข้าบริเวณบ้าน และต้องทำขอบคันดินรอบบ้านหรือทำรั้วด้านล่างให้ทึบ เพื่อป้องกันน้ำ พร้อมทั้งทำท่อระบายน้ำรอบบ้าน โดยมีบ่อพักรวม เพื่อปั๊มน้ำออกนอกบ้านเมื่อเวลาจำเป็น  อีกวิธีถ้ามีเงินพอ ก็ควรถมที่ให้สูงกว่าระดับถนนสาธารณะเลย ก็จะแก้ปัญหาได้ถาวร

การยกบ้านเพื่อหนีปัญหาน้ำท่วม

          ถ้าน้ำท่วมมากๆ จะยกบ้านให้หนีปัญหาน้ำท่วมนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ มีสิ่งต่างๆ ที่ต้องระวัง อย่างมาก  ถ้าเป็นบ้านที่มีโครงสร้างทั้งหมดเป็นไม้ ก็พอที่จะเป็นไปได้ เพราะมีน้ำหนักเบา  แล้วการยึดส่วนต่างๆ ก็ยังยืดหยุ่นได้มากกว่า  ถ้าเป็นบ้านที่มีโครงสร้างเป็นปูน ส่วนต่างๆ จะยึดติดกันเป็นเนื้อเดียว ซึ่งเมื่อบิดเพียงเล็กน้อย ก็จะเกิดการแตกร้าวได้ ทั้งยังมีน้ำหนักมากด้วย และบ้านปูนยังมีเสาเข็มที่หล่อติดกับตัวฐานราก จะต้องตัดออกแล้วเสริมฐานรากใหม่ ซึ่งทำได้ยากมาก

          นอกจากโครงสร้างแล้ว ยังมีงานระบบต่างๆ ที่ติดกับพื้นดิน เช่น ท่อประปา ท่อไฟฟ้า ส่วนต่างๆ เหล่านี้ต้องตัดออก แล้วเชื่อมใหม่ทั้งสิ้น ค่อนข้างยุ่งยาก  ถ้าผู้รับเหมาไม่มีความชำนาญพอ ก็จะเสี่ยงมาก อาจจะเสียบ้านไปทั้งหลัง ค่าใช้จ่ายเหมือนสร้างใหม่เลย

สาเหตุที่น้ำซึมขึ้นมาบนพื้นเวลาน้ำท่วม

          ถ้าเวลาน้ำท่วมบ้าน เกิดน้ำซึมขึ้นมาบนพื้นห้อง อาจจะเกิดจากสาเหตุต่างๆ ดังนี้
          1.โครงสร้างพื้นแตกร้าวอยู่เดิมแล้ว หรืออาจจะเกิดจากแรงดันน้ำก็ได้ แก้ไขโดยสกัดออกให้ร่อง แล้วใช้กาวคอนกรีตอุดให้เรียบร้อย แล้วจึงปิดด้วยวัสดุปูพื้นให้เหมือนเดิม
          2. เนื่องจากพื้นเป็นพื้นสำเร็จรูป หรือระบบพื้นที่วางอยู่บนดิน ไม่ได้ต่อยึดกับคาน  ถ้ามีรอยซึมสามารถใช้ซิลิโคนอุดรอยรั่วได้
          3. เกิดจากรูที่บริษัทกำจัดปลวกเจาะทิ้งไว้ วิธีแก้ไข เมื่อเจอรูแล้วก็อุดเสียให้เรียบร้อยด้วยไม้ และอุดทับด้วยซิลิโคน

 

การซ่อมแซมพื้นบ้านหลังน้ำท่วม

หลังน้ำท่วมถ้าพื้นไม่เสียหาย ก็ทำความสะอาดให้เรียบร้อย ก็สามารถใช้ได้ แต่ถ้าเสียหาย มีวิธีแก้ไข คือ
-พื้นไม้ปาร์เก้ จะหลุดล่อนง่ายเมื่อโดนน้ำท่วม เพราะติดกับพื้นคอนกรีตด้วยกาว  วิธีแก้ก็คือ ถ้าแผ่นปาร์เก้ไม่เสียหายมากก็ผึ่งลมให้แห้งก่อน รวมถึงพื้นคอนกรีตด้วย  แล้วจึงทาด้วยกาวลาเท็กซ์ หนา 1-2 มิลลิเมตร ค่อยๆ กดลงไปที่เดิมให้แน่น ทิ้งไว้อย่างน้อย 15 วันจึงใช้งานได้ ถ้าเสียหายมากจะเปลี่ยนใหม่ต้องใช้ไม้ชนิดเดียวกับของเดิม
-พื้นพรมต้องลอกออก แล้วนำไปซักและตากแดดให้แห้งสนิท แล้วจึงนำกลับมาปูใหม่ โดยพื้นคอนกรีตต้องแห้งก่อนเช่นเดียวกัน

การซ่อมแซมผนังบ้านหลังน้ำท่วม

         วัสดุต่างๆ ที่ใช้ทำผนังบ้าน เมื่อเวลาถูกน้ำท่วมนานๆ ก็จะเกิดความเสียหายแน่นอน มี วิธีแก้ไข คือ

         1. ถ้าเป็นผนังไม้ เช็ดทำความสะอาด เพื่อให้ผิวสามารถระเหยความชื้นได้ง่าย เมื่อแห้ง ดีแล้วใช้น้ำยารักษาเนื้อไม้ชะโลมที่ผิว หรือทาสีต่อไป วิธีที่ดีควรทาสีด้านในบ้านก่อน ทิ้งไว้ 5-6 เดือน จึงทาสีด้านนอก

         2. ถ้าเป็นผนังก่ออิฐฉาบปูน ก็ใช้วิธีเดียวกับผนังไม้ แต่ต้องทิ้งให้ระเหยความชื้นนานกว่า  ผนังไม้ เพราะมีความหนามากกว่า

         3. ถ้าเป็นผนังยิบซั่มบอร์ด ก็เลาะเอาแผ่นที่เสียออก ถ้าโครงเคร่าเป็นโลหะก็สามารถติดแผ่นใหม่ได้เลย แต่ถ้าโครงเคร่าเป็นไม้ ต้องทิ้งไว้ให้ความชื้นในไม้ระเหยหมดก่อน จึงจะติดแผ่น ใหม่ได้

การซ่อมวอลล์เปเปอร์หลังน้ำท่วม

          เมื่อน้ำท่วมบ้านที่มีผนังบุด้วย วอลล์เปเปอร์ มีวิธีแก้ไขและซ่อมแซม ดังนี้ วอลล์เปเปอร์จะมีลักษณะคล้ายสี ถ้าโดนความชื้นมากๆ  จะลอกหรือร่อน การแก้ไขก็โดยการลอกออกให้หมด เพื่อให้ผนังที่ชื้นสามารถระเหยออกมาได้ โดยรอให้ผนังแห้งจริงๆ ทิ้งไว้ประมาณ 1 อาทิตย์ แล้วจึงปิด วอลล์เปเปอร์ทับลงไป อาจจะปิดเองถ้าทำได้ หรือตามช่างมา ก็ได้ ถ้าส่วนไหนขึ้นราหรือเป็นคราบเช็ดไม่ออก ก็สามารถเปลี่ยนแผ่นใหม่ โดยเลือกให้มีลวดลายเหมือนเดิม ก็จะได้ผนังสวยงามเหมือนก่อนน้ำท่วม

 การซ่อมแซมฝ้าเพดานบ้านหลังน้ำท่วม

           การซ่อมแซมฝ้าเพดาน จะมีลักษณะคล้ายๆ การซ่อมผนังและพื้นปนกัน มีวิธีการแก้ไขคือ ถ้าเป็นฝ้าเพดานยิปซั่มบอร์ด หรือกระดาษอัด  ถ้าเปื่อยยุ่ยมากเพราะอมน้ำ ก็ควรเลาะ ออกแล้วจึงเปลี่ยนแผ่นใหม่เลย ทิ้งไว้ให้ทั้งหมดแห้งสนิทจริงๆ แล้วจึงทาสีทับ
           - ถ้าเป็นฝ้าโลหะ ให้เช็ดทำความสะอาดให้แห้ง ถ้าเป็นสนิม ก็ใช้กระดาษทรายขัดออกให้เรียบร้อย แล้วจึงทาสีทับเข้าไปใหม่
           - ระบบสายไฟส่วนใหญ่ จะเดินในฝ้าเวลาเปิดฝ้าเข้าไปต้องตรวจดูว่าความเรียบร้อยว่า มีส่วนใดชำรุดหรือเปล่าด้วย
           - ถ้าโครงฝ้าเพดานที่เป็นไม้ เกิดการแอ่นหรือทรุดตัว ต้องแก้ไขให้ได้ระดับก่อนการติดตั้งแผ่นฝ้าใหม่

การซ่อมแซมประตู หลังน้ำท่วม

          ประตูต่างๆ เมื่อถูกน้ำแช่อยู่นานๆ ก็จะบวมขึ้น หรือไม่ก็จะเกิดเป็นสนิม มีวิธีแก้ไขคือ
          1. ประตูไม้ เมื่อโดนแช่น้ำก็จะบวมและผุพัง มีวิธีแก้ก็โดยทิ้งไว้ให้แห้ง แล้วซ่อมแซมส่วนที่ผุให้เรียบร้อยแล้วจึงทาสีใหม่ แต่ถ้าผุมาก ก็ควรจะเปลี่ยนเลย
          2.ประตูเหล็กที่ขึ้นสนิม ก็ใช้กระดาษทรายขัดสนิมออกให้หมด เช็ดให้สะอาดแล้วจึงทาสีใหม่ โดยอย่าลืมทาสีกันสนิมก่อน แต่อย่าลืมดูรอยต่อต่างๆ โดยเฉพาะที่เป็นท่อโครงเหล็กว่า มีน้ำหลงเหลืออยู่เหลือเปล่า ต้องให้แห้งจริงๆ ก่อนจึงจะทาสีได้

การซ่อมแซม บานพับ ลูกบิด และรูกุญแจหลังน้ำท่วม

อุปกรณ์ต่างๆ เช่น บานพับ ลูกบิด และรูกุญแจ ทำด้วยโลหะ เมื่อโดนน้ำท่วมย่อมมี ปัญหาตามมา มีวิธีแก้ไข คือ
          - เช็ดให้แห้งสนิท ขัดส่วนที่เป็นสนิมออกให้หมด ใช้พวกน้ำยาหล่อลื่นชโลมตามจุดรอยต่อและรูต่างๆ ให้ทั่ว
          - อย่าใช้จาระบี หรือพวกขี้ผึ้งทา เพราะจะทำให้ความชื้นระเหยออกไม่ได้ จะทำให้ฝังอยู่ข้างใน และจะเป็นปัญหาในภายหลัง
          - ถ้ายังใช้การไม่ได้ ก็ลองทำตามวิธีที่ว่านี้หลายๆ ครั้ง ถ้ายังมีปัญหา ก็ควรจะต้องถอดออก แล้วซื้อมาเปลี่ยนใหม่

การทาสีบ้านหลังน้ำท่วม

         การทาสีบ้านหลังน้ำท่วม ควรจะทำเป็นสิ่งสุดท้าย ควรที่จะซ่อมแซมส่วนอื่นๆ เสียก่อน ปล่อยให้แห้งสนิทก่อน แล้วจึงทำการแก้ไข  เพราะสีทุกชนิดที่ใช้ทาบ้าน เมื่อโดนน้ำท่วมนานๆ ก็จะเกิดการลอกและล่อนออกมาได้ เนื่องจากความชื้นของน้ำ วิธีแก้ไขคือ ต้องขูดสีเดิมที่ลอกและล่อนออก ทำความสะอาดผนังให้เรียบร้อย ทิ้งไว้ให้แห้งสนิท ถ้าทำได้ควรจะเป็น 3-6 เดือนเลยยิ่งดี เมื่อแห้งแล้วจึงทาสีรองพื้นชนิดกันเชื้อรา แล้วจึงทาทับด้วยสีจริงอีกอย่างน้อย 2 ครั้ง

การตรวจสอบระบบประปาหลังน้ำท่วม

         หลังน้ำท่วมระบบที่สำคัญและไม่ควรมองข้ามไปก็คือ ระบบประปาภายในบ้าน มีสิ่ง ที่ควรตรวจสอบ ดังนี้
          - ถังเก็บน้ำใต้ดิน ต้องตรวจดูว่าน้ำท่วมถึงหรือเปล่า ถ้าท่วมควรล้างภายในถังทั้ง หมด เพราะน้ำที่ท่วมไม่สะอาดเท่าน้ำประปา
         - ถ้ามีปั๊มน้ำต้องตรวจดูว่าเครื่องทำงานผิดปกติหรือเปล่า แรงดันน้ำลดหรือไม่ ถัง อัดลมเก็บแรงอัดไว้ได้นานหรือเปล่า แต่ถ้าน้ำท่วมปั๊ม ต้องรอให้แห้งเสียก่อน อย่าใช้งานทันที ถ้ามีปัญหาควรตามช่างมาแก้ไขจะดีกว่า เพราะอาจจะทำให้ไฟไหม้ได้

ปัญหาต่างๆ ของส้วมหลังน้ำท่วม

         ปัญหาต่างๆ ของบ้านหลังน้ำท่วมจะมีอยู่มากมาย โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับส้วมมีในระหว่างน้ำท่วม เราคงปิดระบบไฟฟ้าทั้งหมด  แต่เมื่อน้ำลดแล้ว เราต้องตรวจสอบดังนี้
         1. เปิดคัตเอ๊าต์ให้ไฟเข้าระบบ ถ้าส่วนใดยังชื้นอยู่คัตเอ๊าต์จะตัดและฟิวส์จะขาดทิ้งไว้ประมาณ 1 >วัน เปลี่ยนฟิวส์ แล้วลองเปิดใหม่ ถ้ายังตัดอีก คงต้องตามช่างไฟฟ้ามาตรวจดู
         2. เมื่อไฟไม่ตัดแล้วลองเปิดไฟดูทุกดวง แล้วใช้ไขควงชนิดตรวจกระแสไฟโดยเฉพาะ
         3. ดับไฟทุกจุดและถอดเครื่องใช้ไฟฟ้าตามปลั๊กออกทั้งหมด แล้วตรวจดูที่มิเตอร์ไฟฟ้าว่าตัวเลขยังเดินอยู่หรือเปล่า ถ้าเดินแสดงว่าระบบไฟฟ้าในบ้านรั่ว ควรตามช่างไฟฟ้ามาเช็คดู

วิธีเตรียมระบบไฟฟ้าสำหรับบ้านที่น้ำท่วม

         ระบบไฟฟ้าเป็นสิ่งที่มีอันตรายมาก สำหรับบ้านที่น้ำท่วมเป็นประจำ ควรเตรียมระบบไฟฟ้าใหม่ ดังนี้
          - ตัดระบบไฟฟ้าของปลั๊กเดิมทิ้ง ย้ายให้สูงขึ้นมาจากระดับพื้นประมาณ 1 เมตร เพื่อให้พ้นระดับน้ำ ส่วนชั้นบนของบ้านสองชั้นไม่จำเป็นต้องย้าย เพราะระดับน้ำท่วมไม่ถึง
          - แยกระบบไฟฟ้าในส่วนที่น้ำท่วมบ่อยๆ ออกเป็นอีกวงจรหนึ่ง เพื่อสะดวกในการปิด- เปิดโดยเฉพาะ ส่วนปลั๊กที่อยู่ชั้นล่าง
         ถ้าท่านรู้ตัวว่าบ้านของท่านอยู่ในบริเวณที่น้ำท่วมบ่อย เวลาออกแบบ้านก็ควรให้วิศวกรแยกระบบไฟฟ้าตั้งแต่แรก ก็จะประหยัดงบประมาณได้มาก และจะสวยงามกว่าที่จะมารื้อและแก้ ไขในภายหลัง

วิธีจะใช้เครื่องไฟฟ้าหลังโดนน้ำท่วม

         เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ จะมีมอเตอร์และเครื่องจักรกลต่างๆ เมื่อโดนน้ำเข้าไปแล้วจะมี ความชื้นอยู่ ซึ่งเป็นอันตรายมาก มีข้อควรปฏิบัติ  ดังนี้
          - ก่อนอื่นต้องทิ้งเอาไว้ให้แห้งสนิทจริงๆ บางส่วนถึงถอดออกได้ ก็ควรเปิดออกมาตากลมให้แห้งก่อน
          - เมื่อแน่ใจว่าแห้งแล้ว ก็ลองเปิดเครื่องดู ถ้ามีความผิดปกติก็ควรดับเครื่องทันที
          - และสำหรับที่คัตเอ๊าต์ไฟฟ้า ควรมีฟิวส์ไว้เมื่อเกิดการลัดวงจรไฟฟ้าจะได้ถูกตัดออก
          - ถ้ามีปัญหาจริงๆ ก็ควรนำไปให้ช่างแก้ไขดีกว่าจะทำเอง

การซ่อมแซมเฟอร์นิเจอร์หลังน้ำท่วม

          การซ่อมแซมเฟอร์นิเจอร์ก็คล้ายๆ กับการซ่อมแซมพวกประตู หน้าต่าง พื้น หรือฝ้า เพดาน มีวิธีดังนี้
           - พยายามเอาความชื้นออกจากเฟอร์นิเจอร์ให้มากที่สุด
           - พวกประเภทที่บุด้วยนุ่นหรือฟองน้ำ ถ้าเป็นไปได้ควรเปลี่ยนเลย เพราะน้ำจะพาเอาเชื้อโรคมาติดอยู่ ถึงจะตากแดดให้แห้ง เชื้อโรคก็ยังมีอยู่
           - เฟอร์นิเจอร์ที่ติดกับที่ที่เรียกว่า Built in ต้องตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้าง และสายไฟที่ฝังอยู่ในตู้ รวมถึงทำความสะอาดรูกุญแจและลูกบิด
           - ส่วนเฟอร์นิเจอร์ไม้ ไม่ควรนำไปตากแดด เพราะจะทำให้บิดงอได้ และถ้าจะทาสีใหม่ ควรรอให้แห้งสนิทก่อน มิฉะนั้นจะลอกได้

วิธีช่วยต้นไม้ทีโดนน้ำท่วม

           ถ้าบ้านของท่าน น้ำท่วมนานๆ ต้นไม้กำลังจะตาย มีวิธีช่วยให้อยู่รอดได้ ดังนี้
            1. อย่าให้ปุ๋ย เพราะน้ำท่วมทำให้รากอ่อนแอ ต้องการเวลาพักฟื้น
            2. ขุดหลุมกว้างประมาณ 50 ซม.-1 เมตรไว้ข้างๆ ต้นไม้ เพื่อให้น้ำที่ขังอยู่บริเวณรากไหลมารวมกัน แล้วเอาเครื่องดูดน้ำออกไป หรือจะใช้วิธีตักออกก็ได้
            3. ถ้ารากต้นไม้ไม่แข็งแรง อย่าอัดดินลงไป จะทำให้ต้นไม้ตาย ควรใช้ไม้ค้ำยันลำต้นไว้ เมื่อรากแข็งแรงแล้ว จึงเอาไม้ค้ำออก

การซ่อมแซมรั้วบ้านหลังน้ำท่วม

           เมื่อน้ำท่วมอยู่นานๆ รั้วบ้านก็จะมีปัญหาเช่นกัน มีวิธีซ่อม คือ
            - ลองเล็งด้วยสายตา ถ้าเอียงเล็กน้อยก็นำไม้มาค้ำยันไว้ก่อน ถ้าเอียงมากก็ควร ตามช่างมาซ่อม
            - ส่วนใหญ่ข้างล่างของรั้วจะมีคานคอดินอยู่ บางครั้งน้ำจะพัดเอาดินใต้คานนี้หายไปเป็นโพรง ต้องรีบนำดินมาถมให้แข็งแรง มิฉะนั้นดินในบ้านจะไหลออกไปข้างนอกหมด ถ้าไหลออกไปมากๆ อาจทำให้บ้านเอียงได้
           - ควรตรวจประตูรั้วด้วย สำหรับที่เป็นเหล็กก็ขูดสนิมออกให้หมด แล้วทาสีใหม่ ส่วนบานพับก็หาน้ำมันหล่อลื่นมาหยอดเพื่อที่จะได้เปิด-ปิดได้สะดวก ถ้าเสียหายมากก็ควรเรียกช่างมาเปลี่ยนใหม่

ข้อมูลจาก "ร้อยพันปัญหาในงานก่อสร้าง"

บทความแนะนำเพิ่มเติม  หนังสือ บ้านหลังน้ำท่วม โดย คุณยอดเยี่ยม เทพธรานนท์


PostDate: 11/14/2011 4:46 PM
CategoryID: 1

135

Subject: ตกแต่งโฮมออฟฟิศสำหรับ freelance
Body:

คนไทยรู้จักคำว่า "freelance" น่าจะประมาณ 30 ปีเห็นจะได้ แรกๆ คำนี้ถูกใช้ในวงการโฆษณา เวลาที่พนักงานประจำแอบไปรับจ๊อบนอก แต่จะพูดในออฟฟิศเป็นแสลงว่าไปรับ "ฝิ่น" เพื่อหลบเลี่ยงไม่ให้เจ้านายซึ่งเป็นฝรั่งจับได้

ผมเคยถามน้องๆ ที่ทำฟรีแลนซ์ว่าทำไมไม่ทำงานประจำที่มั่นคงกว่า เขาบอกว่าแบบนี้อิสระกว่า ตื่นสายได้ถ้าไม่มีงาน สามารถรับงานได้หลายอย่างในเวลาเดียวกัน ได้เงินมากกว่า ใช้เงินน้อยกว่าพวกที่ทำงานประจำ เพราะไม่มีค่ารถ ค่าน้ำมันที่ตายตัวในแต่ละเดือน นานาจิตตัง

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ปัจจุบันคนที่เป็น "freelance" ซึ่งแปลว่า งานอิสระไม่ได้รับเงินเดือน กำลังมีจำนวนเพิ่มขึ้นทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นที่เมืองไทย ญี่ปุ่น อเมริกา วันนี้ผมเลยอยากนำเสนอ “วิธีตกแต่งโฮมออฟฟิศสำหรับ freelance”

1. การเลือกทำเล ทำเลในการตกแต่งโต๊ะทำงานต้องไม่อยู่ในห้องนอน เพราะกิจกรรมสองอย่างใช้พลังที่ต่างกัน การทำงานใช้พลังหยาง ส่วนการนอนใช้พลังหยิน ถ้าโต๊ะทำงานอยู่ใกล้เตียงนอนจะทำให้ทำทั้ง 2 อย่างได้อย่างขาดๆ เกินๆ จะนอนก็นอนไม่หลับ เพราะห่วงงาน และทำงานได้ไม่นานเพราะอยากนอน

ถ้ามีบ้านก็โชคดีหน่อยหามุมได้ง่าย แต่ถ้าอยู่คอนโดที่เป็นห้องสตูดิโอ อาจแก้ไขโดยการเอาตู้มากั้นระหว่างห้องนอนกับเตียงนอน อาจทำให้ห้องแคบ แต่ได้ผลในการทำงานที่ดีกว่า

2. ทิศ ทิศที่เหมาะกับการตั้งโต๊ะทำงานคือ ทิศตะวันออก หรือ ทิศเหนือ เพราะเป็นทิศที่ช่วงกลางวันไม่ร้อนสามารถทำงานได้ยาวถึงช่วงเย็นค่ำๆ

3. สี ควรเลือกสีหลัก (keytone) มาตกแต่งโต๊ะทำงาน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ จะเป็นสีเขียว สีฟ้า สีขาว สีชมพู สีขาว ก็ได้แล้วแต่ความชอบ แต่ทุกสีที่เลือกมาควรผสมสีขาวให้เป็นโทนอ่อน เพื่อสร้างความผ่อนคลายในขณะทำงาน

4. เฟอร์นิเจอร์ เมื่อเป็นฟรีแลนซ์เท่ากับว่าต้องดูแลออฟฟิศเองให้ดี อย่าให้รกสกปรก เพราะฉะนั้นควรหาตู้เก็บของมาเก็บของให้เป็นระเบียบ ความรกสกปรกมีผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน เฟอร์นิเจอร์ที่เลือกมา ควรจะมีลักษณะโดดเด่นด้วยสีสันหรือวัสดุ แต่ควรคุมโทนกับสีบรรยากาศโดยรอบด้วย เพราะจะทำให้ดูไม่รก เวลาที่โต๊ะไม่เป็นระเบียบ ไม่ควรตั้งชั้นเก็บของไว้หน้าโต๊ะทำงาน ทำให้ทำงานอย่างมีอุปสรรค 

ข้อแนะนำในการเลือกเฟอร์นิเจอร์ การใช้เฟอร์นิเจอร์แบบบิ้วอินอาจทำให้มีการเคลื่อนย้ายยาก ตกแต่งยากกว่า ใช้เฟอร์นิเจอร์แบบเคลื่อนย้ายได้ เวลาที่เบื่อ หรืออยากตกแต่งใหม่เพื่อหาสีสันในการทำงานสามารถทำได้

5. งานศิลปะ ควรหางานศิลปะมาตั้งบนโต๊ะสักชิ้น เพื่อเป็นsymbolic (สัญลักษณ์) สร้างแรงบันดาลใจ เช่น โมเดลรถในฝัน เฟอร์รารี่ ตั้งไว้บนโต๊ะ เพื่อทำงานได้ว่องไว รวดเร็ว หรือ หารูปประเทศที่อยากไป เพื่อให้มีจุดมุ่งหมายในการทำงาน รูปครอบครัวแสดงถึงความต้องการความมั่นคงในชีวิต ของที่ระลึกแสดงถึงพลังของประสบการณ์ชีวิต สิ่งศักดิ์สิทธิ์แสดงถึงความเชื่อ คริสตัล แสดงถึงความประณีตและใส่ใจในการทำงาน แต่ไม่ควรมีของหลายอย่างอยู่บนโต๊ะ เพราะจะรกแล้วจะไขว้เขวในการทำงาน

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ


PostDate: 8/16/2011 9:30 AM
CategoryID: 1

Count : 6
1 - 5 Next

 
Microsoft Windows SharePoint Services Logo

 Relevant Documents

There are no items to show in this view.